ความแตกต่างของงานศิลปะในแต่ละประเทศ

ความแตกต่างของงานศิลปะในแต่ละประเทศ

ในโลกใบนี้ แต่ละประเทศ แต่ละท้องถิ่น ล้วนความแตกต่างกันออกไป ทั้งด้านแนวความคิด ความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิต วัฒนธรรมและประเพณี รวมถึงด้านศิลปะ ที่แต่ละประเทศก็จะมีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป เป็นการสร้างงานขึ้นมาตามสไตล์ของตนเองที่แฝงไปด้วยเอกลักษณ์ของชาติแต่ละคน  งานศิลปะเป็นงานที่สร้างสรรค์ขึ้นมาจากแรงบันดาลใจ จากปัจจัยต่างๆของคนในพื้นที่ที่สืบต่อกันมายาวนาน ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้โลกจะสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้พรมแดน แต่เราก็ยังเห็นความแตกต่างของงานศิลปะในแต่ละประเทศที่ยังแสดงไว้อย่างเด่นชัด ล้วนมีความสวยงามและมุมมองในการนำเสนอที่แตกต่างกันออกไป

ศิลปะของแต่ละประเทศ แต่ละชนชาติหรือแต่ละทวีปล้วนมีเอกลักษณ์และเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ศิลปะไทย การสร้างสรรค์ผลงานของคนไทยที่จะมีความโดดเด่นและเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง โดย ศิลปะไทยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ วิจิตรศิลป์ ที่จะเป็นงานศิลป์แท้ๆ ทั้งด้านประติมากรรม จิตรกรรม สถาปัตยกรรม ก่อนที่ในปัจจุบันนี้จะมีประยุกต์ศิลป์ การออกแบบ แฟชั่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ศิลปะไทยมีจะมีกลิ่นอายแบบไทยๆ ประเพณี วัฒนธรรม รวมถึงประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคสมัยเข้ามาเพิ่มเติม ลายเส้นที่ชัดเจน อ่อนช้อยและเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ

ความแตกต่างของงานศิลปะในแต่ละประเทศ

ศิลปะสไตล์อารยธรรมอาหรับ ก็เป็นอีกหนึ่งศิลปะที่โดดเด่นและถูกพูดถึงกันอย่างมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นการถ่ายทอดเรื่องออกมาเป็นสีสันและตัวหนังสือที่ประดับตกแต่งในรูปวาด มัสยิด พรม ส่วนศิลปะของประเทศตะวันตก ก็จะมีแนวความคิด และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีการแบ่งแนวตามสมัยและยุค ที่สอดแทรกวัฒนธรรมของประเทศตนไว้ เราจะเห็นได้ว่า งานศิลปะต่างประเทศนั้นโด่งดังและเป็นที่พูดถึงกันเยอะ จะมีความแตกต่างและลวดลาย เทคนิคที่ต่างกับศิลปะไทย

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างกันด้านของรูปแบบ ความหมาย การสื่อสาร การถ่ายทอดความรู้สึกหรือแนวความคิด รวมถึงสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ศิลปะของแต่ละประเทศก็ยังคงความสวยงาม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถที่จะเชื่อมต่อและสื่อสารไปยังผู้ชมได้โดยที่ไม่ต้องมีคำอธิบาย  ศิลปะคือภาษาสากลที่เราสามารถอ่าน เข้าใจอารมณ์ เรื่องราวและความหมาย โดยที่ไม่ต้องอธิบายหรือมีการแสดงตัวอักษรที่จะมาชี้แจงอย่างละเอียด

ถึงแม้ว่าศิลปะแต่ละประเทศจะมีความแตกต่าง แต่ก็เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสากล เป็นสิ่งที่ช่วยให้โลกนี้งดงามและเต็มไปด้วยผลงานที่ลึกซึ้ง แต่ละประเทศต่างมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง และสามารถที่เชื่อมต่อ ถ่ายทอดความรู้สึกไปถึงผู้ชมได้โดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไร