หมู่เกาะน่าเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต

“ภูเก็ต” เป็นจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทยจังหวัดหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของท้องทะเล และถือเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน นับว่าเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวชาวไทย แต่จังหวัดภูเก็ตไม่ได้มีเพียงเกาะเดียวเท่านั้น จังหวัดภูเก็ตยังมีหมู่เกาะน่าเที่ยวอีกมากมาย จะมีที่ไหนกันบ้างเราลองมาดูกันเลยดีกว่า

 

  • 🏝เกาะไม้ท่อน เป็นเกาะที่ไม่มีคนมากนัก สามารถขึ้นเรือได้ตรงท่าเรือน้ำลึกแหลมพันวา ใช้เวลาประมาน 10 นาที ก็จะเจอน้ำทะเลที่ใสแจ๋ว สามารถลงดำน้ำได้เพราะมีแนวปะการังน้ำตื้นอยู่เยอะตลอดแนวหาด  หรือจะเลือกเดินชิว ๆ บนเกาะดูทะเลสวย ๆ ถอดรองเท้าเดินบนหาดทราย ต้องขอกระซิบบอกว่าทรายละเอียดนุ่มมากแต่ควรระวังเศษไม้และเศษหินที่ปนมาด้วย

 

  • 🏝เกาะมะพร้าว เป็นเกาะที่มีธรรมชาติที่สวยงามและยังสมบูรณ์อยู่อย่างมาก แถมยังอยู่ไม่ไกลจากเกาะภูเก็ต เดินทางไปได้สะดวก นั่งรถมาที่ท่าเรือแหลมหินเพื่อจะขึ้นเรือข้ามไปยังเกาะมะพร้าว เป็นเกาะที่เหมะสำหรับผู้ที่ต้องการความสงบ และเดินชื่นชมชายหาด ต้นไม้ไปเรื่อย ๆ อีกทั้งยังสามารถตกปลาได้อีก

เกาะมะพร้าว

 

  • 🏝เกาะสิมิลัน สิมิลันเป็นภาษายาวี ซึ่งแปลว่า 9 โดยสิมิลันมีทั้งหมด 9 เกาะ แต่เกาะ 1-3 ถูกสงวนไว้จากทางอุทยานเพื่อเป็นการอนุรักษ์ให้สัตว์น้ำได้เพาะพันธ์ได้อย่างสมบูรณ์ เป็นเกาะที่ได้รับการยกย่องว่างดงามทั้งบนบกและในน้ำ ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล น้ำทะเลสีฟ้าสดใสตัดกับหาดทรายสีขาว ล้อมรอบด้วยหินสีดำ เป็นเกาะที่ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อได้ไปเลยจริง ๆ

เกาะสิมิลัน

 

  • 🏝เกาะตาชัย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ถูกพบครั้งแรกโดยชายที่ชื่อตาชัย ทำให้ตั้งชื่อเกาะตามคนค้นพบว่าเกาะตาชัย เมื่อมาถึงหาดเราสามารถดำน้ำได้หรือว่ายน้ำเย็น ๆ ให้ชุ่มปอดก็ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถเดินเล่นสำรวจธรรมชาติบนหาดได้ด้วยชายหาดทรายขาวเม็ดละเอียด เนื้อนุ่ม ที่มีความยาวทอดตัวขนานไปกับผืนน้ำ นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติล้วนเดินทางมาที่นี่เพื่อสัมผัสน้ำทะเลสีใสและหาดทรายสีขาว

เกาะตาชัย

สุดยอด 2 สถาปัตยกรรมไทยในอดีต

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอันดีงาม ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตลักษณ์และเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง มีมรดกทางสถาปัตยกรรรมอันเป็นเอกลักษณ์และมีความประณีตในงานศิลปะที่ไม่แพ้ชาติใดโลก ตกทอดจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง แต่ก็จะมีสถาปัตยกรรมในอดีตบางแห่งที่มีการผสมผสานความเป็นไทยกับศิลปะของสถาปัตยกรรมชาติอื่น ๆ  ในช่วงเหตุการณ์ที่ประเทศนั้น ๆ เข้ามามีอิทธิพลหรือเหตุการณ์ร่วมกัน ซึ่งก็เป็นความสวยงามและเป็นการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่ลงตัวอีกแบบหนึ่ง แม้ว่าบางสถาปัตยกรรมจะทรุดโทรมหรือมีร่องรอยถูกทำลายไปบ้างตามกาลเวลา ก็ยังเป็นร่องรอยที่งดงามคงอยู่ ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมไทยกันต่อไป ดังเช่น

 

  • อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งหรือปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นโบราณสถานในศิลปะของเขมร ตั้งอยู่ที่จ.บุรีรัมย์ สร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดูลิทธิ ประสาทประธาน ประสาทพนมรุ้ง ก่อด้วยหินทรายสีชมพู จุดเด่นของประสาทหินพนมรุ้งคือ ทุกปี ในวันที่ 3-5 เมษายน และ 8-10 กันยายนดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดช่องประตูทั้ง 15 บาน ชาวบ้านจะเดินเท้าขึ้นมาเพื่อชมความอลังการที่ผสานระหว่างธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างของบรรพชน นอกจากนี้ในวันที่ 6-8 มีนาคม และ 6-8 ตุลาคม ของทุกปี ดวงอาทิตย์ก็ตก ส่องแสงลอดช่องประตูทั้ง 15 บาน เช่นกัน ทั้งหมดนี้เรียกว่าปรากฎการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้นส่องแสงลอดประตูทั้ง15 ประตู

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งหรือปราสาทหินพนมรุ้ง

 

 

  • วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว วัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระราชวังหลวงโดยมีต้นแบบมาจากวัดในสมัยอยุธยา และมีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรหรือพระแก้วมรกต วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ พราะมีแต่ส่วนพุทธาวาสไม่มีส่วนสังฆาวาส นอกจากสถาปัตยกรรมภายนอกที่งดงามแล้ว ความสวยงามที่ขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่งก็คือจิตรกรรมฝาผนังรอบพระระเบียงเรื่องรามเกียรติ์อันวิจิตร มีจำนวนทั้งสิ้น 168 ห้อง และมีความยาวที่สุดในโลก ซึ่งไม่ได้มีแค่ความงดงามอลังการของจิตกรรมเพียงเท่านั้น หากแต่ยังมีบันทึกช่วงเวลาหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ไว้ให้คนรุ่นหลังด้วยวัดพระแก้ว